My teacher

posted on 20 Aug 2011 16:12 by saltnamejune
ไม่กี่เดือนก่อน เราได้ไปยืนอยู่ที่หน้าห้องของครูท่านหนึ่งที่มีบุญคุณกับฉันมาก ตั้งใจจะขอให้ท่านเป็นผู้คุมโปรเจ็คใหม่ของเรา


ห้องเรียนนั้นไม่เปลี่ยนไปเลย ยังมีนักเรียนหลายคนที่อ่อนกว่าฉันไม่กี่ปีเล่นซนอยู่ข้างใน เราอดยิ้มไม่ได้ ยืนรอพลางนึกภาพตัวเองนั่งอยู่ในนั้นด้วย ที่นั่งที่หนาวที่สุดเพราะแอร์ตกอยู่ตรงนั้น แต่เราก็ไม่คิดจะย้ายที่ เพราะมันเป็นที่ที่ติดโต๊ะครูที่สุด
 
 
รู้สึกแปลกเหลือเกินที่ได้กลับมา ตัวเราก็ได้ย้ายไปเรียนตึกม.ปลายได้หนึ่งปีแล้ว ตึกม.ต้นจึงกลายเป็นสถานที่เก็บความทรงจำแสนเงียบเหงา เรามองบันไดสลับกับนาฬิกา หวังจะได้เห็นครูท่านนั้นเดินยิ้มขึ้นมาจากบันไดพร้อมถ้วยชานมในมือ
 
 
จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เจอท่าน เราต้องรีบวิ่งกลับตึกม.ปลายก่อนที่จะเข้าเรียนคาบที่สามสาย ส่วนตัวก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมาก ครูส่วนใหญ่ชอบไปโรงอาหารตอนพักอยู่แล้ว รวมถึงครูท่านนี้เช่นกัน
 
 
 
 
เมื่อวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมา เราได้แต่จ้องรูปของท่านบนหน้าจอคอมของเว็บโรงเรียน รอยยิ้มที่เคยเห็นทุกวันแข็งค้างบนรูปถ่าย
 
 
ท่านเสียแล้ว
 
 
เราไม่ใช่คนเจ้านำตา แต่วันนั้นเราร้องไห้หนักกว่าที่เคยร้องมาในเวลาหลายปี
 
เราไม่เชื่อในพระเจ้า แต่ก็อดโกรธพระองค์ไม่ได้ที่เอาตัวท่านไปเร็วขนาดนี้
 
 
 
ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เวลาเราเข้าเว็บโรงเรียนก็ได้แต่ชะงักเมื่อเห็นรูปท่าน (ซึ่งก็แย่มากเพราะเราต้องเข้าทุกวันอยู่แล้ว)
 
 
ในหัวได้แต่พยายามเรียกเอาบทสนทนาสุดท้ายที่มีกับท่านกลับมา ถึงมันจะเลือนลางมากก็ตาม ท่านยังดูแข็งแรงและปกติดีทุกอย่าง ยังกระฉับกระเฉงแล้วก็ตลกเหมือนเดิม แม่เราบอกว่าได้เห็นท่านเมื่อสองเดือนก่อน ท่านเดินเร็วๆไปก่อนที่จะทักทัน
 
 
เรากลับไปคุยกับเพื่อนที่เคยผ่านมีท่านมา ทุกคนพูดเสียงเดียวกันหมดว่าจะไปงานไว้อาลัยท่าน
 
 
เราก็ได้แต่สงสัย เราเป็นคนเดียวรึเปล่าหนอที่ร้องไห้ก่อนนอนเพียงแค่ความคิดที่ว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว
 
 
 
 
เราไม่ภูมิใจเท่าไรที่จะบอกว่าเราเกือบไปงานของท่านสาย
 
 
ดำ เทา ขาว
 
 
ทุกคนใส่เสื้อสีนั้น
 
 
มันเหมือนกันเป้นการรวมตัวที่ประหลาด ครูที่ไม่ได้พบหน้ามาร่วมปีมารวมตัวกันหมด เรารีบหยิบกระดาษทิชชูติดตัวไว้หนึ่งแผ่น เพราะรู้ได้เลยว่าเสียนำตาแน่ๆ
 
 
ก่อนที่เราจะไปนั่งประจำที่ เราสังเกตว่าในหมู่นักเรียนที่มาร่วมงานนั้น เกินครึ่งล้วนแต่เป็นนักเรียนจากเอเชียทั้งสิ้น
 
 
ข้างๆเราเป็นเพื่อนร่วมห้องเก่าที่เคยไม่ถูกหน้ากันเท่าไร แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจมาก กลับชื่นชมเค้าด้วยซำที่มา ทั้งๆที่เค้าเคยเรียนกับครูท่านนี้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
 
 
งานไว้อาลัยเริ่มขึ้น ครูคนแล้วคนเล่าขึ้นมาพูดเกี่ยวกับครูท่านนั้น บางท่านกล่าวไปสะอื้นไป บางท่านพยายามยิ้มสู้ความเศร้า บางท่านทำได้เพียงส่งจดหมายมาให้ถูกอ่านเพราะได้ย้ายไปทำงานที่ประเทศอื่นแล้ว
 
 
ผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์ของวิญญาณ วันที่เขาจากไป ฉันบังเอิญได้นำผีเสื้อตัวหนึ่งไปไว้บนโต๊ะของเขา ตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่ฉันเห็นผีเสื้อ ฉันคิดถึงเขา
 
 
ดวงดาวส่องประกาย ผมอดคิดไม่ได้ว่าหนึ่งในประกายเหล่านั้นคือเขา เต้นรำไปมาพร้อมแก้วไวน์ในมือ
 
 
เขาเคยบอกฉันว่าหลังจากลูกชายทั้งคู่เรียนจบ เขาจะลาออกไปเปิดสวนมันฝรั่งที่ฝรั่งเศษ เขาบอกฉันตั้งหลายหนจนฉันเกือบจะเชื่อเขาซะแล้วสิ!
 
 
หลายครั้งฉันได้แต่สงสัย มีนักเรียนกี่พันคนแล้วที่ผ่านมือเขามา
 
 
จะไม่มีเขาคนที่สองหรอก
 
 
 
คำไว้อาลัยจากครูแต่ละคน หลายคนเคยสอนเรามาแล้ว ทำให้เราคิดขึ้นได้ว่าเราไม่รู้จักท่านที่ไม่ใช่ครูเลย ท่านยังเป็นพ่อแล้วก็เพื่อนของคนหลายคนอีกด้วย
 
 
ระหว่างนั้น เราได้ยินเสียงสะอื้นจากด้านข้าง เราอดไม่ได้ที่จะยื่นกระดาษทิชชูที่กำไว้แน่นในมือให้เพื่อนคนนั้น เค้าได้แต่จ้องเราเงียบๆ ก่อนจะรับไปโดยไม่ได้พูดอะไร
 
 
ไม่นานนักเราเองก็เริ่มสูดจมูก ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้ เราขยับแว่นเช็ดนำตาจังหวะเดียวกับที่เพื่อนคนนั้นฉีกกระดาษทิชชูที่เราให้ไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะยื่นครึ่งนั้นให้เรา
 
 
เรายิ้ม เค้ายิ้ม บางทีคำพูดนั้นไม่จำเป็น
 
 
ระหว่างบทพูด เราสังเกตว่าเค้าฉีกกระดาษของเค้าอีกรอบ แล้วส่งให้เพื่อนของเค้าต่อไปอีก
 
 
 
 
หลังจากที่งานจบลง เรายืนต่อแถวยาวเป็นชั่วโมงเพื่อจะเขียนคำอำลาลงสมุด ระหว่างนั้น เราได้คุยกับครูเก่าๆ ต่างคนต่างมองขอบตาแดงๆแล้วก็ยิ้มให้อย่างเข้าอกเข้าใจ เราไม่ใช่นักเรียนคนเดียวที่เสียนำตาไป เราไม่ใช่นักเรียนคนเดียวที่ติดบุญคุณของครูท่านนี้
 
 
กว่าจะถึงคิวเรา คนทุกคนก็กลับกันไปเกือบหมดแล้ว เราจับปากกาไปมา ก่อนจะจรดมันลงกับหน้ากระดาษ
 
 
 
"Dear Mr Kimpe,
 
I used to be incapable of writing more than 3 lines. Now, I can write 1000+ words effortlessly (well, not really). This is possible because I was taught by you. You were, are and always will be my best teacher. I love reading, and now I can read even more with the language you taught me. I can never thank you enough.
 
You will be missed. Even though I'm Buddhist, I believe there is a place in heaven called 'H207'. That's where you sit inside, enjoying hot milk tea and freezing air-con. I'll be there someday, waiting for Thursday lunchtime, when I'll be your 'assistance' in your club."
 
******************************************
 
ครูคิมเพเป็นครูสอนอังกฤษของเราค่ะ เค้าสอนตั้งแต่เราพูดเขียนอ่านไม่ได้ความจนอ่านวรรณกรรมเช็คสเปียร์ได้ เราได้เรียนกับเค้าแค่ครึ่งปี แต่ก็ไปคลับของเค้ามาตลอดเกือบสามปี ที่ห้อง H207
 
 
ถ้าเค้าไม่ได้อยู่ในห้องนั้นในสวรรค์ เค้าก็อยู่ในสวนจิบไวน์อยู่นั้นแหละ
 

Shells...เบื่อวาดหอยง่า

posted on 06 Sep 2010 17:43 by saltnamejune

ค่ะ....ตามชื่อเอนทรี่เลย....

 

วาดหอยมาได้เป็นเดือนและ......

 

ครูค่าาาาาา รูปวิวก็ได้ ผลไม้ก็ได้ ขวดนำก็ได้ ขอวาดอย่างอื่นทีเหอะ =[]=!!!!

 

ขนาดชมรมวาดรูปหลังเลิกเรียนยังมีแต่หอย อ้ากส์

 

อ่า......บ่นไปก็ใช่ความ.....อย่างน้อยหัวข้อนี้ก็จบแล้วน่ะนะ.....จะได้ไปเรียนอย่างอื่นต่อซะที (แต่ถ้ายังวาดแต่หอยอีกมีเฮ)

 

ที่อัพมาไม่ใช่อะไร เคยบอกไปเอนทรี่ที่แล้วว่าถ้าครูให้สมุดสเก็ตกลับบ้านจะลงภาพให้ดู

 

แต่ทว่าสมุดมันใหญ่เกินไป....ด้วยขนาดเอสามทำให้ไม่สามารถสแกนลงมาหมดได้....เจริญไป...

 

 

สแกนได้แค่นี้....มีอีกสองสามรูป แต่ขี้เกียจเอาลง....

 

ดีที่รูปเอาคะแนนจริงๆวาดใส่เอสี่ เลยสแกนได้

 

 

รูปนี้นี่ลำบากมากกว่าจะเขี่ยได้ถึงตอนนี้...(ด้วยรูปจริงสีอ่อนกว่านี้นิดหน่อย แต่ช่างเหอะ)

 

ตอนแรกวาดเสร็จครูบอกว่ามันดูแบน เลยไล่โทนซะ....

ไล่เสร็จมันก็ยังแบน....ครูบอกเลยว่าให้ใช้หมึกจีน

ไอ้เราก็เกลียดหมึกจีน....รูปที่แล้วที่ทำไปก็ลงหนักซะจนหอยหน้าตาเหมือนหมีแพนด้า กระดาษเปียกเป็นขุยๆอีก

คราวนี้เลยระวังมากกกกกก ก็ผ่านไปได้ด้วยดี....

(ครูเค้ายอมให้ถ่ายรูปก่อนลงหมึกด้วย เผื่องานเละจะได้มีสำรอง)

จนเราก็ลงเยอะไปอีก ภาพจะแบนอีกรอบ ต้องมานั่งลงชอร์กขาว เจริญพร

 

(ไอ้หอยเล็กๆด้านขวามันเบี้ยวๆแปลกดี เลยเอามาลง ฮ่า)

ชื่อเอนทรี่อะไรวะ....

....มาอัพกันบล็อคเน่าเฉยๆ = =....

 

 (ปัจจุบันเพื่อนกำลังบ่นให้ฟังเรื่องกระรอกตาย.....จะให้รู้สึกยังไงดี....)

 

ตอนนี้เปิดเทอมแล้วค่า ม.ปลายอาทิตย์แรกในชีวิต = =v

จะว่ายังไงดี....กระเป่าหนักขึ้น(เยอะ)?

 

เอนทรี่นี้เลยจะมาบ่นสองสามเรื่อง....

 

1. เมื่อยขา =[]=

โรงเรียนเราจะแบ่งเป็นบล็อคๆให้บริหารขากัน ตอนปีก่อนเราเรียนแค่ในบล็อค H ค่ะ

แต่พอขึ้นม.ปลาย เรียนบล็อค J K แล้วก็ M

.....นึกถึงซุปเอบีซีพิลึก......

บล็อค J กับ K มีสี่ชั้นค่ะ แถมบล็อค K นี่ออกซับซ้อนเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะชั้นสามมีแบ่งสองฟากต้องเดินอ้อม แถม ชั้นหนึ่งยังไปปนกับบล็อค M อีก(ดีนะบล็อค M มันมีชั้นเดียว)

แบบว่าแต่ละบล็อคมันไม่ห่างกันมาก แต่เค้าให้เวลาแค่ห้านาทีในการเปลี่ยนห้อง (เรียนแต่ละวิชาในแต่ละห้องน่ะ) ถ้าให้เดินเร็วๆน่ะไปถึงได้ แต่การจราจรที่บันไดมันติดขัดปานรถชนกันในบ่ายวันจันทร์แถวโรงเรียนขณะฝนตก....นรกดีแท้ๆ....

 

ยิ่งถ้าลืมหนังสือในล็อกเกอร์นี่.....วิ่งกันขาแทบหลุดเลยทีเดียว

(วันนี้เราเพิ่งลืมหนังสือเคมีตอนคาบเรียนจะเริ่ม ต้องวิ่งจาก J บล็อคชั้นสี่ไป K บล็อคชั้นสามเพื่อเอาหนังสือในล็อกเกอร์แล้ววิ่งกลับ......ขาสั่นพับๆๆๆ)

 

2. คนจัดตารางสอน.....ห่วยมาก.....

สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว....

เข้าใจว่าเวลาจัดต้องดูที่วิชาเป็นหลัก นักเรียนเป็นร้อยกับวิชานับสิบ....จัดมาได้ลงตัวทุกคนก็เทพแล้ว แต่.....

ตำแหน่งห้องน่ะ....ห่วยมาก....

ยกตัวอย่างง่ายๆ ทุกวันตอนเช้าเราต้องไปเช็คชื่อที่ห้อง K308 ....แล้วเราก็มีเรียนภาษาจีนในห้อง K302 ซึ่งต้องลงบันไดแล้วอ้อมไปขึ้นอีกด้านนึง ต่อจากนั้นก็ลงบันไดไปชั้นหนึ่ง เลี้ยวขวาสุดไป M103 เพื่อเรียนอังกฤษ ....พักกินขนม... แล้วต่อด้วยเดินขึ้นชั้นสามไป J301 เพื่อเรียนวิทย์ เสร็จแล้วก็วิ่งลงชั้นสองเพื่อไปตามทางเชื่อมไป K บล็อค แล้วขึ้นชั้นสี่ไปห้อง K405 ....พักกินข้าว....เดินลงไปโรงอาหารที่อยู่สองสนามบาสห่างออกไป กริ่งดังปุ๊ปก็กลับไป K บล็อคเพื่อเรียนศิลปะห้อง K304....เลิกเรียนแล้วก็ไปล็อกเกอร์เพื่อเก็บหนังสือหนังหา.....นี่ยังไม่รวมคลับหลังโรงเรียนเลิกนะเออ....(เป็นข้อบังคับว่าทุกคนต้องเข้าอย่างน้อยสองคลับ)

นั่นคือตารางเรียนวันจันทร์ของเราค่ะ.....ขาสั่นกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์เลยทีเดียว....

(แถมทำไมให้มีวิชาพละแล้วต่อด้วยวิทย์ตลอดเลยวะ....เล่นเหนื่อยๆเสร็จแล้วต้องวิ่งไปห้องเปลี่ยนเสื้อแล้ววิ่งขึ้นชั้นสามชั้นสี่......เล่นเอาเรียนแทบไม่รู้เรื่อง หัวมันหมุนๆเลยอ่ะ)

 

3. หอย....

(ข้อนี้ไม่มีอะไรแย่ แค่อยากบ่น)

ช่วงนี้ครูศิลปะเค้าอยากดูฝีมือการวาดของแต่ละคนค่ะ เลยสั่งให้วาดหอยมาได้สามคาบแล้ว....

มัน......ก็ไม่ได้แย่อะไร ออกน่าเบื่อนิดหน่อย....

แต่สี่ภาพภายในครึ่งชั่วโมงรวมถึงแรเงาด้วยนี่.....มันเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน = ="""

(ถ้าพวกหอยเปลือกเรียบๆน่ะง่าย แต่ถ้าครูหยิบอันลายเยอะๆมีผิวตะปุ่มตะปุ่มให้ล่ะก็.....)

ว่าไงดี......เกลียดหอยที่มีเส้นซอยเล็กๆเป็นชั้นๆอ่ะ.....(ซึ่งมันก็มีแทบทุกเปลือก....เวรกำ)

ไว้ครูให้งานกลับเมื่อไรจะลองเอาลงให้ดู

(ที่วาดกันนี่ใช้ดินสอล้วนๆ ข้างมือดำกันไปเป็นแถบๆ ครูบอกว่าครั้งหน้าจะลองให้ใช้ถ่าน.....ไม่อยากคิด....)

 

4. ห้องเรียน

ข้อนี้ไม่มีไรมาก.....แค่ทำไมห้องบางห้องมันมีกลิ่นแปลกๆง่ะ.....กลิ่นเหม็นคล้ายๆกลิ่นสีเลย.....

แล้วทำไมห้องเรียนเลขกับธุรกิจมันหนาวจัง......